No image available

อีหล่าเอ๋ย – หนังรักฉบับอาหารอีสานแช่แข็ง

อีหล่าเอ๋ย – หนังรักฉบับอาหารอีสานแช่แข็ง อาจเป็นปีที่ทำหนังไทยเจ็บหนักที่สุดทั้งผลกระทบจากโควิด 19 ระบาดหรือพิษเศรษฐกิจ (และปัญหาความไม่สงบทางการเมืองที่กำลังคืบคลานมาติด ๆ) แต่กระนั้นชื่อหนึ่งที่ดูจะสวนกระแสกับทุกวิกฤติอย่างน่าอัศจรรย์คงเป็นใครไม่ได้นอกจากเอกชัย ศรีวิชัย นับจากความสำเร็จระดับปรากฎการณ์ของ มนต์รักดอกผักบุ้ง เมื่อกลางปีที่ทำรายได้ไปร่วม 50 ล้านบาทมาปลายปีนี้เอกชัยยังมีหนังเข้าฉากอีก 2 เรื่องได้แก่ อีหล่าเอ๋ย ที่เรากำลังจะพูดถึงและอีกไม่กี่สัปดาห์กับสีดา ตำนานรักโลงคู่

โดยความน่าสนใจที่สุดสำหรับอีหล่าเอ๋ยคงหนีไม่พ้นการพยายามลองของเล่าเรื่องข้ามภูมิภาคไปทำหนังอีสานของนายหัวเอกชัยนี่แหละ และจากตัวอย่างหนังคงพอประจักษ์แล้วว่านายหัวของเราดูจะมักเพลงหมอลำและภาษาอีสานอาหลี ผลลัพธ์เลยออกมาเป็นหนังตลกอีสานตามสมัยนิยมโดยไม่ลืมหยอดให้มีภาษาใต้ในหนังแม้จะเป็นแค่แบ็กกราวด์ประกอบเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พอมีกลิ่นสะตอน้ำบูดูจาง ๆ ก็ตาม

โดยหนังจะเริ่มเรื่องด้วยฉากแรกพบของพระเอกนางเอกอย่าง พง (ตูมตาม ยุทธนา) กับ หล่า (ไข่มุก รุ่งรัตน์ เหม็งพานิชย์) ที่มาสมัครงานวันเดียวกันที่โรงงานทอผ้าแห่งหนึ่งและจากความเข้าใจผิดว่าพงเป็นคนฉกกระเป๋าเธอคืนก่อนก็ทำให้เกิดสงครามย่อม ๆ หน้าโรงงานจนบักหำ (นก พงศกร) และ เขียว (ตั๊กแตน ชลดา) พี่ของทั้งคู่ที่แอบกิ๊กกันต้องมาห้ามทัพ

แต่นานวันจากศัตรูที่จ้องเขม่นก็กลายเป็นคนรักที่แอบมีใจให้กันมากขึ้นจนความหวานทำเอาคนรอบข้างเลี่ยนกันทั้งโรงงาน และในขณะที่ความสัมพันธ์ทั้งคู่กำลังเบ่งบาน คุณบิ๊ก (นีโน่ กฤษฎิ์สพล) เจ้าของโรงงานสุดเพอร์เฟกต์ก็เข้ามาขอเป็นคู่แข่งในสนามชิงหัวใจของหล่า งานนี้ผู้จัดการหนุ่มทุ่มทุนสร้างหรือหนุ่มช่างซ่อมที่มีเพียงหัวใจใครจะได้ใจของอีหล่าไปครอง.

สิ่งที่เป็นเหมือนธรรมดาเวลาดูหนังอย่างอีหล่าเอ๋ยทั้งการทิ้งโลกความจริงไว้ก่อนเข้าโรงและพร้อมหัวเราะกับทุกมุกที่หนังประเคนให้คือกฎตายตัวเพื่อให้เราดูภาพและฟังเสียงจากหนังตลกบ้าน ๆ เรื่องหนึ่งให้มีความสุข ซึ่งยอมรับเลยว่าหากนี่เป็นอาหารอีสานตามร้านลาบหรือร้านส้มตำมันก็มีรสเผ็ด เค็ม มัน หวาน นัวและแซ่บอย่างที่เราหวังจริง ๆ นั่นแหละ

ทั้งพล็อตเรื่องที่ดูง่ายย่อยง่ายไม่มีอะไรซับซ้อน มุกตลกที่ขยันปล่อยประหนึ่งเทียบเงินค่าตั๋วกับปริมาณมุกแบบเอาให้เกินต้นทุนตั๋วหนัง เสน่ห์นักแสดงที่ต้องยอมรับว่าแพรวพราวและโดดเด่นกันทุกตัวแม้ว่าจะหามิติของตัวละครไม่เจอเลยก็ตามแต่อย่างน้อยดูจบก็จำได้ล่ะว่าตูมตามขยันถอดโชว์หุ่นโชว์รอยนูนกระบอกข้าวหลามหรือนกพงศกรที่น่าจะให้ภาพยามที่ชวนให้คิดทะลึ่งตึงตังที่สุดในวงการหนังไทย.

เรียกได้ว่านายหัวเองก็รู้ดีล่ะว่ากลุ่มคนดูตามสถิติจะเป็นสาว ๆ ซะส่วนใหญ่การแฟนเซอร์วิสชุดใหญ่จัดเต็มก็เลยต้องมาจากหนุ่ม ๆ ในเรื่องนี่แหละ ส่วนนีโน่ กฤษฎิ์สพล ก็น่าจะถูกใจสาว ๆ สายคลีนที่แม้จะไม่ได้ขายความแซ่บแต่ก็หวานกรุบน่าเคี้ยวไม่หยอกล่ะนะ ในขณะที่สาว ๆ ในเรื่องจะเน้นขายความฮาและมุกสังขารเป็นส่วนใหญ่โดยเฉพาะตั๊กแตน ชลดาที่นางดูจะเอ็นจอยกับการเล่นมุกทะเล้นทะลึ่งตึงตังไม่น้อยซึ่งก็สร้างสีสันให้เรื่องราวได้ไม่น้อยเลย

ดังนั้นสิ่งที่อีหล่าเอ๋ยเป็นเลยไม่ต่างจากอาหารอีสานสำเร็จรูปที่ปรุงมาถูกปากคนส่วนใหญ่แน่ ๆ เพื่อส่งขายทั่วประเทศทั้งนักแสดงที่คัดมาทั้งหน้าตาและเสน่ห์แพรวพราวกันทุกคน เรื่องราวกุ๊กกิ๊กชวนยิ้ม มุกตลกที่จัดหนักแบบไม่ต้องเกรงใจเพดานอายุ (มีมุกใต้สะดือเยอะนะครับ ไม่เหมาะกับการพาเด็กไปดู) แถมยังย่อยง่ายบริโภคได้โดยไม่ต้องคิดมากเหมือนเอาอาหารเข้าไมโครเวฟแม้จะจำเจแต่ก็อร่อยแบบยังกินได้แม้จะซ้ำทางคนอื่น

และที่โดดเด่นและเหนือคาดจริง ๆ คือในส่วนของพาร์ตโรแมนติกก็ถือว่าทำได้ดีนะครับ ส่วนหนึ่งเชื่อแหละว่าความเป็นศิลปินของนายหัวเอกชัย ศรีวิชัยทำงานกับต่อมโรแมนติกได้ดีซึ่งทั้งตูมตามกับไข่มุกก็สร้างเคมีที่น่ารักและตอนจบของหนังก็ถือว่าสร้างโมเมนต์โรแมนติกแบบเต็มอิ่มให้คนดูได้อย่างมีรสนิยมไม่น้อยเลยล่ะ แต่อย่างว่าคือเราอาจต้องทิ้งความสงสัยหรือตรรกะใด ๆ ไว้นอกโรงแล้วเข้าไปเสพเรื่องประโลมโลกย์หนีความจริงของหนังที่ทำออกมาได้แซ่บจังฮู้แค่นี้ก็คุ้มค่าตั๋วแล้วล่ะเด้อ